รอบรู้เรื่องสัตว์ป่า
กวางผา...เพื่อนสี่เท้าบนดอยสูง ตอนที่ 3
กวางผา...เพื่อนสี่เท้าบนดอยสูง ตอนที่ 3
ตามสัญญาครับ สำหรับเรื่องของกวางผา ในตอนนี้จะขอเล่าถึง ปัจจัยที่มีผลต่อประชากรของกวางผาในประเทศไทย ซึ่งผมพอจะสรุปเป็นข้อย่อยได้ 5 ประการครับ
ประการที่ 1 การถูกตัดขาดการกระจาย ในปัจจุบันพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยลดลงอย่างมาก ทำให้พื้นที่ป่าไม้บางส่วนมีสภาพกระจัดกระจายเป็นหย่อมเกาะหรือมีสภาพจำกัดมากขึ้น เพราะพื้นที่กสิกรรม ถนนและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ได้แบ่งพื้นที่ป่าออกจากกัน ถ้าสัตว์ชนิดใดไม่สามารถปรับตัวได้ก็ต้องล้มตายและสูญพันธ์จากพื้นที่ในเวลาต่อมา
กวางผาเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่ใช้พื้นที่ค่อนข้างจำ เพาะและมีความสามารถไม่มากนักในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ประกอบกับจำนวนประชากรของกวางผาที่มีค่อนข้างน้อยจึงส่งผลให้กวางผาตกอยู่ในสภาพใกล้สูญพันธุ์ นอกจากนี้จะเกิดการผสมพันธุ์แบบเลือดชิด (Inbreeding) เมื่อมีขนาดประชากรลดลงเรื่อยๆ ย่อมส่งผลต่อกวางผาโดยตรง ปัจจัยนี้มีโอกาสเป็นไปได้มากแต่จะใช้ระยะเวลานาน
ในตอนที่ 2 ได้พูดถึงเรื่องของการกระจายของกวางผา ในประเทศไทยซึ่งมีการกระจายอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ 8 แห่งทางภาคเหนือ ซึ่งอยู่ในกลุ่มป่าที่ 1 กลุ่มป่าลุ่มน้ำปาย-สาละวิน และกลุ่มป่าที่ 4 กลุ่มป่าแม่ปิง-อมก๋อย จากแผนที่จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า ป่าแต่ละผืนแยกส่วนกันอย่างชัดเจน เพราะถูกคั่นหั่นซอยด้วยพื้นที่ใช้ประโยชน์ของมนุษย์ เพราะฉะนั้นสถานการณ์ของกวางผาจึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
เป็นปัจจัยทำลายถิ่นที่อาศัย เมื่อถิ่นอาศัยลดลง นั่นย่อมหมายความถึงปัจจัยเรื่องอาหาร ที่หลบภัย น้ำ พื้นที่ทำกิจกรรม ปัจจัยเฉพาะ ลดลงนำไปสู่การแข่งขันแย่งชิงทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และไฟป่าเองยังทำลายกวางผาโดยตรง
ประการที่ 3 การล่าจากคน แม้ว่ากวางผาจะเป็นสัตว์ป่าสงวน แต่การล่าก็ยังมีอยู่จากคนในพื้นที่และรอบพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรืออุทยานแห่งชาติ กวางผาเป็นสัตว์ที่มีที่อาศัยเฉพาะและจำกัด การล่าจึงเป็นการมุ่งเน้นในพื้นที่ ที่สามารถพบเจอตัวได้ง่าย ส่วนอาวุธในการล่าจะเป็นปืนลูกซองและปืนแก๊ป (ดอยเชียงดาว)
“กวางผาเป็นสัตว์ขี้สงสัย ไม่ระวังหรือเมื่อเห็นว่าสิ่งที่พบไม่เป็นภัยต่อตัวมันจึงหากินและไม่หนีไปไหน จึงถูกล่าได้ง่าย ” คำบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่ ข้อนี้ผมเห็นด้วยเมื่อมีโอกาสได้พบเห็นและสามารถบันทึกภาพได้ และนั่งเฝ้ามองพฤติกรรมอยู่นาน 2-3 ชั่วโมง โดยที่ไม่ต้องอาศัยบังไพร สังเกตเห็นว่ากวางผาจะหันมามองและก้มหน้าหากินต่อไป เมื่อรู้ว่าปลอดภัย
“ หรือว่าถ้ามันวิ่งหนีไปแล้ว มักจะหยุดหันมามอง ต่างกับสัตว์อื่นๆที่เมื่ออันตรายมาถึงมักจะวิ่งเตลิดไปเลย ”
นี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การล่าสามารถทำได้ง่ายขึ้น แต่ในบางคราวก็จะเห็นกวางผาตื่นตัวและวิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว ประมาณว่ากวางผามันอาจรู้ได้ว่าอะไรเป็นมิตร อะไรเป็นศัตรู หรือไม่ก็พฤติกรรมของกวางผาได้เปลี่ยนไปด้วยกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่กวางผาใช้ ทำให้เกิดความคุ้นเคยกับคนไม่กลัวและอาหารที่เหลือทิ้งไว้ เป็นปัจจัยดึงดูดกวางผาให้เข้ามาใกล้
ประการที่ 4 การล่าจากสัตว์ป่าด้วยกันเอง บ่อยครั้งที่มักจะพบขี้เสือ(Panthera sp.)ปะปนด้วยขนกระดูกและกีบของกวางผา ในบริเวณที่กวางผาอาศัย
ประการที่ 5 กิจกรรมการท่องเที่ยวในถิ่นที่อาศัยของสัตว์ป่า ในกรณีนี้นั้นขอยกตัวอย่างถึงดอยหลวงเชียงดาว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว บนดอยหลวงเชียงดาวในช่วงที่มีการท่องเที่ยว(ศึกษาธรรมชาติ) ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม จะส่งผลกระทบในเรื่องพื้นที่หากินลดลง ปริมาณอาหารที่ได้รับในรอบวัน และแหล่งหลบซ่อนตัว ทั้งยังเป็นฤดูการจับคู่ผสมพันธุ์ จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ลดโอกาสการจับคู่ผสมพันธุ์
นักท่องเที่ยวมักจะได้พบเห็นตัวกวางผา เมื่อมีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยและเงียบสงบไม่มีเสียงดัง จะได้ยินเสียงกวางผาเข้ามาหากินอยู่ใกล้ๆ ในเวลากลางคืนหรือเช้ามืด เสียงดังสั้นเว้นระยะชั่วอึดใจดัง เค๊ก เค๊ก เค๊ก ! หรือบางคนก็ว่าเสียงมันดัง แฮกซ์ แฮกซ์ !
อีกสิ่งหนึ่งที่เป็น “มิตรแท้เพื่อนเดินทาง” นั่นคือ ขยะ สิ่งที่หลายๆคนคง(อาจจะ)พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เหลือหรือมีขยะตกค้างไว้บนดอยหลวงเชียงดาว อันเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งหากินและบ้านของสัตว์ป่า ซึ่งจากการเฝ้าสังเกตการณ์พบว่าขยะส่วนใหญ่มักถูกซุกซ่อนไว้ ตามซอกหินบ้างพุ่มไม้บ้าง มาจากฝีมือของคนนำทาง ลูกหาบและนักท่องเที่ยว (คงเหมารวมไม่ได้เพราะคนดีก็มีอยู่บ้างในสังคมของทุกวันนี้) ขยะที่สามารถย่อยสลายได้ก็ย่อยสลายไป แต่สิ่งที่ไม่สามารถย่อยสลายได้คงตกค้างอยู่ และอาจเป็นตัวสังหาร กวางผาหรือสัตว์ป่าอื่นๆที่เข้ามาคุ้ยเขี่ยกินได้ ดังที่ได้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในพื้นที่อนุรักษ์อื่นๆ ที่พบกวางป่า ตายด้วยระบบย่อยอาหารไม่สามารถทำงานได้ตามปกติเมื่อจงใจหรือเผลอกินถุงขยะพลาสติกที่คนจงใจหรือเผลอทิ้งเอาไว้ หรือการที่สัตว์ป่าไปเหยียบกับกระป๋องเข้า แน่นอนว่าส่วนที่เป็นกีบหรืออุ้งตีนเมื่อได้รับบาดเจ็บย่อมส่งผลต่อการออกหากิน เมื่อหากินไม่ได้ย่อมส่งผลต่อสุขภาพ จนนำไปสู่การเสียชีวิตได้
นี่ก็คงพอจะทราบบ้างเกี่ยวกับกวางผาทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย ปัจจัยคุกคาม
ตอนต่อไปผมจะพาไปดูกันว่า กวางผาได้รับการคุ้มครอง และมีทางรอดทางออกกันอย่างไรบ้าง???
อย่าลืมติดตามนะครับ
กางเขนดง
ร้องขับขานในสิ่งที่เราเป็น
Last Updated (Friday, 15 January 2010 16:59)






