ข่าวกิจกรรม
บันทึกกิจกรรม
ค่ายเกษตรและสิ่งแวดล้อม ม.เกษตร กำแพงแสน
ค่ายเกษตรและสิ่งแวดล้อม ม.เกษตร กำแพงแสน
เมื่อวันที่ 13 – 15 พ.ย. 52 ที่ผ่านมาพวกเรากลุ่มกิจกรรมธรรมชาติ ได้จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะในการจัดกระบวนการค่ายให้กับน้องๆ นิสิตจาก คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ ภาควิชาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และชุมชน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จำนวน 45 คน ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อ.ลานสัก จังหวัดอุทัยธานี
งานนี้เป็นไปด้วยความสนุกสนานบวกกับความร้อนของปลายฝนต้นหนาว ที่กลางวันแสนจะร้อนฉ่า แต่กลางคืนอากาศเย็นสบายๆ
ในวันแรก กว่าน้องๆจะมาถึงก็มืดค่ำ ด้วยเพราะออกเดินทางมหาวิทยาลัยตอนบ่ายกว่า เมื่อมาถึงจัดแจงกินข้าวปลาอาหาร ฟังพี่ไพโรจน์ บรรยายเรื่อง “คุณค่าความสำคัญของผืนป่ามรดกโลกและสัตว์ป่าเมืองไทย” และกิจกรรมแฟนพันธุ์แท้นก จากพี่ผึ้ง เสร็จแล้ว ก็ช่วยกันกางเต็นท์ใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวนับพัน โอ...ช่างเป็นบรรยากาศที่ดีอะไรอย่างนี้ ( ปล.ที่จริงควรมาถึงก่อนมืดไม่รู้ใครนอนทับรังมดมั่งก็ไม่รู้มันมืดจริงๆ)
เช้าตรู่ของวันเสาร์ น้องๆคึกคักกันตั้งแต่เช้าเพราะได้วอร์มอัพกันตั้งแต่เมื่อคืน หลายคนเล่นแฟนพันธุ์แท้นก ถูกหมดทุกข้อก็กะว่าเช้านี้คงได้เจอตัวเด็ดๆหลายตัว และก็ไม่ผิดหวังค่ะวันนี้เจ้าของบ้านออกมาต้อนรับกันอย่างหนาตา ไม่ว่าจะเป็นขาประจำอย่างเขียวก้านตองหน้าผากสีทอง แซงแซวหางบ่วงใหญ่ ขุนแผน หรือจะเป็นขาประจำป่าเต็งรังอย่างหัวขวานเขียวตะโพกแดง หัวขวานสามนิ้วหลังทอง พญาไฟ ตีทอง เพลิดเพลินกับการดูนกเสียจนไม่มีใครยอมไปทานข้าวเช้า ไม่ว่าพี่ผึ้งจะเรียกยังไง จนต้องอาศัยบารมี อ.ปุ้ยน้องถึงๆได้กลับกัน ขากลับก็กระโดดขี่หลังเสือกลับกันสนุกสนานบานตะ
สายหน่อยเราเริ่มเรียนรู้กิจกรรมธรรมชาติ ตั้งแต่เกมสัตว์ปริศนา ฉันคือใคร บิงโกธรรมชาติ พรางตาหาตัวตุ๊กตุ่น แผนที่เสียง หนอนตาบอด และจบลงด้วยกวีจากป่า ใกล้ลำธารสวยห้วยทับเสลา
เท่านี้ก็เกือบจะหมดแรงเดินขาลากออกจากเส้นทางศึกษาธรรมชาติบ้านของเสือสนามเด็กเล่นของพวกเรา ก่อนกินข้าวเราได้เจอแขกผู้ใหญ่ใจดี มานั่งขับกล่อมบทเพลงเพราะๆให้ฟัง คนนั้นก็คือพี่แว่นนั่นเอง
ภาคบ่ายว่ากันด้วยเรื่องของศิลปะกับธรรมชาติ เริ่มต้นด้วยสันทนาการของน้องๆที่ได้ฝึกฝนกันมา และต่อด้วยเกมเป่ายิงฉุบ พระ-ผี-ผู้หญิง เส้นเดียวไม่มองไม่ยก และเติมเต็มจินตนาการด้วยเกมสัตว์ประหลาด จากนั้นก็เดินลุยป่ากันอีกครั้งจากด่านเสือโคร่งเดินย้อนรอยเสือ เข้าไปในป่าและพบกับกิจกรรมแรกคือ เกมแฝดสยาม ซึ่งก็สนุกสนานและได้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับใบในป่ากันไป ต่อด้วยจินตนาการจากใบไม้ และปิดท้ายด้วยความงามเล็กๆ ที่หลายคนก็วาดไปอย่างรวดเร็ว แต่อีกหลายคนมากมายที่ตั้งอกตั้งใจวาด จนคนติดความงามเล็กๆอย่างพี่ผึ้ง พี่จี อดปลื้มไม่ได้...
ก่อนค่ำเราเฝ้าดูอาทิตย์ลับขอบฟ้าและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติในช่วงเปลี่ยนผ่านวันกันในกิจกรรมเฝ้าดูอาทิตย์อัศดง แล้วก็ต่อกันด้วยเกมค้างคาว ผีเสื้อกลางคืน ที่ดูเหมือนจะง่ายแต่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดนี่คือความสนุกสอดแทรกด้วยความรู้ทางธรรมชาติในไสตน์กลุ่มกิจกรรมธรรมชาติ
แล้วก็เริ่มเป็นจริงเป็นจังมากขึ้นด้วยการบรรยายสรุป การจัดกระบวนการและกิจกรรมเรียนรู้ธรรมชาติโดยพี่เต๋า ผู้จัดการกลุ่ม อันนี้แค่น้ำจิ้มก่อนจะพูดกันเป็นจริงกันในวันต่อไป
*******************
เช้าวันสุดท้าย...พวกเราทั้งหมด (หมายถึงน้องๆทั้งหมดและพี่ๆบางส่วนที่ยังไม่แก่มาก อย่างพี่ไพโรจน์ พี่ผึ้ง น้องชมพู่) ก็ขึ้นไปชมความงามอันหาที่สุดไม่ได้ของผืนป่าห้วยขาแข้งบนยอดเขาภักดี ก่อนจะทั้งวิ่งทั้งไถลลงมาจากเขาด้วยความสนุกสนาน บนยอดเขาเราถ่ายรูปร่วมกันและยังได้เขียนจดหมายถึงตัวเองในอีก 1 ปี ข้างหน้า...มันน่าลุ้นดีเหมือนกันว่าอนาคตอีกหนึ่งปีของเราจะเป็นอย่างไร…
และกิจกรรมสุดท้ายของค่ายนี้คือการให้น้องๆร่วมกันออกแบบกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ธรรมชาติกัน แล้วนำเสนอดูว่าน่าสนใจหรือต้องแก้ไขตรงไหนด้วยข้อคิดเห็นจากพี่ๆผู้มีประสบการณ์ด้านกิจกรรม อย่างพี่ไพโรจน์ พี่เต๋า พี่แว่น พี่จี และพี่ติ ซึ่งหลังจากนี้แล้วน้องๆก็จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมค่ายในส่วนอื่นๆต่อไป
ซึ่งทางกลุ่มกิจกรรมธรรมชาติมีความยินดีอย่างมากที่ได้รับใช้และถ่ายทอดวิทยายุทธในการจัดกระบวนการเรียนรู้ธรรมชาติให้กับน้องๆ ซึ่งพี่ๆก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ เป็นไอเดียที่ดีสำหรับน้องๆ ที่สำคัญคือต้องหมั่นฝึกฝนค่ะ แล้วทุกอย่างจะดีเองค่ะ พี่ๆทุกคนเป็นกำลังใจให้ค่ะ.
Last Updated (Saturday, 12 December 2009 14:52)











