ร้อยเรื่องราวเล่าสู่กันฟัง
ป่าเปลี่ยนสี
ป่าเปลี่ยนสี
เมื่อสารคาโรทีนอยด์สลายตัว ใบไม้ก็จะเป็นสีน้ำตาลเหลือเพียงโครงร่างของใบที่ไม่มีสารใด ๆ อยู่กระบวนการต่อมาก็คือ การหยุดคายน้ำ ต้นไม้จะเริ่มส่งกรดที่ชื่อ ABA (Abscission Acid) มาที่ใบ ทำให้เกิดการแบ่งเซลล์ใหม่ที่บริเวณก้านใบที่ติดกับกิ่ง เรียกว่า Abscission Zone
จากนั้นก็สร้างสารอีกพวกหนึ่งเพื่ออุดผนังเซลล์และช่องว่างระหว่างเซลล์ เกิดเป็นกำแพงกั้นไม่ให้น้ำจากลำต้นไปสู่ใบ ถึงตอนนี้ใบไม้ก็หมดหน้าที่ ต้นไม้ก็ส่งสารมาละลายผนังเซลล์ที่ติดกับชั้นป้องกันคล้ายวุ้นเหลว กั้นไว้ระหว่างกิ่งก้านกับใบ ที่นี้ใบไม้ก็พร้อมที่จะหลุดจากก้าน กิ่ง ได้ทุกเมื่อ รอเพียงสายลมที่พัดวูบ หรือเมื่อมันต้านแรงดึงดูดของโลกไม่ไหวเท่านั้น ใบไม้ก็จะหลุดร่วงทิ้งตัวสู่พื้นดิน ทำหน้าที่ห่มคลุมป้องกันแสงแดด รักษาอุณหภูมิที่ผิวดิน เกื้อกูลแก่ธรรมชาติรอบตัวต่อไปอีกระยะหนึ่ง...
ช่วงเวลาของการทิ้งใบและการผลิใบของพันธุ์ไม้แต่ละชนิดถูกกำหนดไว้แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและสภาพแวดล้อม ทั้งอุณหภูมิร้อน หนาว ความชื้น ความเข้มแสง จำนวนชั่วโมงการรับแสงในหนึ่งวัน และปริมาณน้ำในดิน ล้วนเป็นปัจจัยปลดปล่อยฮอร์โมนออกมาควบคุมการทิ้งใบ แตกตา ผลิใบ ออกดอก และการสุกงอมของผลไม้
เท่าที่มีการศึกษาไว้ การทิ้งใบผลิใบมีได้ 4 แบบ
แบบแรก ทิ้งใบเหลือแต่กิ่งก้านราว 1 – 2 เดือนค่อยแตกตา ผลิใบใหม่ เช่น ต้นเต็ง ต้นรัง
แบบที่สอง พอใบร่วงก็ผลิใบใหม่ทันที เช่น ต้นเปล้าหลวง ต้นหูกวาง
แบบที่สาม ทิ้งใบแล้ว ราว 3- 4 วันค่อยผลิใบใหม่ เช่น ยางนา ยางขาว
แบบที่สี่ แบบที่ใบพังเพราะถูกแมลงกัดกินหรือลมพัดฉีกขาดหรือใบหมดอายุ จะมีการผลิใบใหม่ทดแทนทันที เช่น พันธุ์ไม้ในป่าดิบ ทำให้เราดูเหมือนใบไม้ไม่มีการผลัดใบ
เราเลยแบ่งสภาพป่าออกเป็น 2 ประเภทแบบกว้าง ๆ ว่า ป่าผลัดใบกับป่าไม่ผลัดใบ ป่าผลัดใบก็พวก ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าไม่ผลัดใบ ก็พวก ป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา แต่ตามธรรมชาติ
แม้ในป่าผลัดใบ ต้นไม้ก็ไม่ได้ผลัดใบพร้อมกันทุกต้น ธรรมชาติกำหนดให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างรอบคอบ ขณะที่บางต้นทิ้งใบ บางต้นก็ผลิใบใหม่แล้ว และบางต้นก็ยังไม่ทิ้งใบเลย ซึ่งจะทำให้ยังคงมีใบไม้ปกคลุมเป็นร่มเงา ป้องกันไม่ให้แสงแดดเผาหน้าดิน ให้น้ำในดินระเหยมากเกินไป
ช่วงฤดูหนาวถึงฤดูร้อนในป่า จึงเป็นเวลาที่เกิดสีสัน เกิดการเปลี่ยนแปลงอยากมากมาย ต้นไม้เปลี่ยนใบจากสีเขียวเป็นสีเหลือง สีแดง สีแสด สีน้ำตาล ทิ้งใบ เหลือแต่กิ่งก้าน ผลิใบอ่อนสีแดง สีเหลือง สีแสด สีเขียวสดใส
ป่ายามนี้จึงหลากหลายด้วยสีสัน และงดงาม ทั้งหมดคือ การเกื้อหนุนชีวิตทั้งหมดในพงไพร ป่าเปลี่ยนสี เพื่อหยุดการเจริญเติบโต สลัดใบ หยุดการคายน้ำ หยุดการดูดซับทรัพยากร แร่ธาตุ ช่วยบรรเทาและประคองชีวิตให้พ้นจากสภาพการณ์ที่เลวร้าย เพื่อความอยู่รอดของสรรพชีวิตในไพรกว้าง....ธรรมชาติมิเคยสร้างสิ่งใดสูญเปล่า ทุกอย่างสมบูรณ์ด้วยตัวมันเองเสมอ
แต่สำหรับมนุษย์แล้วทุกวันนี้สิ่งที่เราพบเจอ โลกร้อน ฝนแล้ง น้ำท่วม ขยะล้นเมือง อากาศเป็นพิษ ศีลธรรม จริยธรรมเสื่อมถอย การเมืองถอยหลัง เศรษฐกิจทรุดพัง ล้วนแต่ด้วยฝีมือเราเองทั้งนั้น...ฤาถึงเวลาที่มนุษยชาติ จะต้องผลัดใบบ้าง..
Last Updated (Thursday, 12 November 2009 16:41)



