ร้อยเรื่องราวเล่าสู่กันฟัง
ผืนป่ามรดกโลก
ผืนป่ามรดกโลก
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เป็นผืนป่าอนุรักษ์ ที่มีพื้นที่ต่อเนื่องกัน มีพื้นที่รวมกันถึง
โดยตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ตอนกลางของผืนป่าขนาดใหญ่ทางด้านทิศตะวันตกของประเทศ ผืนป่าห้วยขาแข้ง และทุ่งใหญ่นเรศวร จึงเปรียบเสมือนหัวใจของผืนป่าตะวันตก (Western Forest Complex) ป่าใหญ่ของไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พื้นที่อันเป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำสายหลักของประเทศหลายสาย ได้แก่ แม่กลอง สาละวิน สะแกกรัง ท่าจีน และเจ้าพระยา ตลอดจนเป็นผืนป่าธรรมชาติ ที่รวบรวมไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ ความงดงาม และ ความสมบูรณ์ของระบบชีวาลัย
ผืนป่าห้วยขาแข้ง - ทุ่งใหญ่นเรศวร มีความสำคัญระดับโลก เนื่องด้วยเหตุผลที่เป็นตัวแทนของผืนป่าผืนใหญ่ที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ยังดำรงรักษาสภาพทางชีววิทยาที่สำคัญของความเป็นป่าไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เป็นพื้นที่ซึ่งเป็นตัวแทนของระบบนิเวศป่าเขตร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความหลากหลายของสภาพภูมิประเทศ มีความหลากหลายของสภาพป่า ตลอดจนมีความหลากหลายของภูมิอากาศประจำถิ่นที่เหมาะสมต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนส่งผลให้ผืนป่านี้ มีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าห้วยขาแข้ง - ทุ่งใหญ่นเรศวร ได้รับการพิสูจน์และเป็นที่ประจักษ์ ว่าผืนป่าแห่งนี้ เป็นที่รวมหรือเป็นแหล่งอาศัย แหล่งเจริญพันธุ์สืบทอดหลักฐานทางชีวภาพของพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ป่ามากมายหลากหลายชนิด จากรายงานการสำรวจทางวิชาการ พบว่าในผืนป่าแห่งนี้ มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อาศัยอยู่เป็นจำนวนถึงร้อยละ 33 ของจำนวนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่พบในบริเวณป่าผืนใหญ่ของดินแดนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด นับเป็นแหล่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแหล่งใหญ่ที่สุดของภูมิภาคนี้ นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญยิ่ง ก็คือ ในจำนวนสัตว์ป่าที่กล่าวถึงทั้งหมด มีสัตว์ป่าถึง 28 ชนิดที่ถูกจัดว่าเป็นสัตว์ป่าหายาก ซึ่งกำลังถูกคุกคามของโลก เช่น เสือโคร่ง ควายป่า วัวแดง สมเสร็จ นกยูงไทย และนกเงือกคอแดง เป็นต้น
ด้วยคุณลักษณะที่โดดเด่นทั้งทางชีวภาพและกายภาพของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง - ทุ่งใหญ่นเรศวร รัฐบาลไทย โดยกรมป่าไม้ (ในขณะนั้น) จึงได้จัดทำรายงานรวบรวมความสำคัญของป่าห้วยขาแข้ง - ทุ่งใหญ่นเรศวร เพื่อเสนอต่อองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ให้มีการพิจารณาประกาศผืนป่าทั้งสองเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ เพื่อคงไว้ซึ่งการดูแลรักษาพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ มิให้สูญพันธุ์ไปจากถิ่นกำเนิดเดิม รวมทั้งเพื่อประโยชน์ในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศในภาพรวม และในการประชุมคัดเลือกแหล่งมรดกโลก เมื่อวันที่ 9 - 13 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ณ ประเทศตูนีเซีย โดยคณะกรรมการมรดกโลก ขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) จึงได้ประกาศให้พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง - ทุ่งใหญ่นเรศวร เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ (Natural World Heritage site) โดยได้ผ่านการพิจารณาถึงคุณสมบัติอันโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของผืนป่าแห่งนี้ ตามข้อกำหนดมาตรฐานของพื้นที่มรดกโลก ที่ได้กำหนดไว้รวม 3 ประการ จาก 4 ประการ คือ
1) มีความโดดเด่น เป็นเลิศในด้านวิวัฒนาการทางชีวภาพ ชีวาลัย เป็นพิเศษของโลก เพราะประกอบด้วยระบบนิเวศทั้ง 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภูมิภาคซุนเดอิก (Sundaic) ภูมิภาคอินโด – เบอร์มิส (Indo - Burmese) ภูมิภาคอินโด – ไชนิส (Indo – Chinese) และภูมิภาคไชโน – หิมาลายัน (Sino - Himalayan)
2) เป็นแหล่งธรรมชาติพิเศษ ที่เป็นต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสายของประเทศ มีป่าไม้นานาชนิด ประกอบด้วยเทือกเขา เนินเขา ตลอดจนทุ่งหญ้า ลักษณะทั้งหมดจึงมีคุณค่าในด้านวิทยาศาสตร์ มีความงดงามทางธรรมชาติที่หาได้ยากแห่งหนึ่งของโลก
3) เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ที่หายาก หรืออยู่ในภาวะที่อันตรายแต่ยังสามารถดำรงพันธุ์อยู่ได้ ซึ่งรวมถึงระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความหลากหลายของพืชและสัตว์
ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ
นับเป็นการยกย่องให้เกียรติในระดับนานาชาติและทำให้ผืนป่านี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
ภายหลังจากที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ส่งผลให้ทุกฝ่ายหันมาให้ความสำคัญในการดูแลรักษา ตลอดจนมุ่งวางมาตรการเพื่อการปกป้องผืนป่าแห่งนี้ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
การจัดงานวันห้วยขาแข้ง – ทุ่งใหญ่นเรศวร มรดกโลกทางธรรมชาติ ซึ่งได้เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งนี้ก็เพื่อประชาสัมพันธ์ และรณรงค์ ให้คนไทยทั้งประเทศ ในฐานะที่เป็นเจ้าของมรดกโลก ได้รับทราบถึงคุณค่าความสำคัญในผืนป่าอันทรงคุณค่ายิ่งนี้ มีความภาคภูมิใจ เกิดความรัก ความหวงแหน เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของ และเกิดการมีส่วนร่วมในการดูแลป้องกัน ตลอดจนรักษาความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าผืนนี้ เพื่อส่งมอบให้กับคนรุ่นต่อไปได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี ได้มีมติในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2538 กำหนดให้วันที่ 9 ธันวาคม ของทุกปี เป็น วันมรดกโลก (ห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร)
และเมื่อผมถามตัวเองด้วยคำถามเดียวกันนี้ว่า “ รู้จักเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เมื่อไหร่ แค่ไหน ”
ก็คงเหมือน ๆ กับหลาย ๆ คนโดยส่วนใหญ่ ที่ตื่นตัวและรู้จักป่าห้วยขาแข้ง เมื่อคราวที่คุณ
ดังนั้น การที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยประกาศให้เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความเป็นผืนป่าที่มีคุณค่าและความสำคัญ มีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ เป็นแหล่งซึ่งรวบรวมไว้ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ มีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และมีความงดงามตามธรรมชาติ ในปี พ.ศ.2534 ควบคู่กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งแน่นอนว่า นี่จะเป็นบทพิสูจน์ของคนไทยที่จะรักษา ดูแลและอนุรักษ์พื้นที่แห่งนี้ เพื่อที่จะยืนยันถึงคุณค่าและความสำคัญของผืนป่าแห่งนี้ที่มีต่อมวลมนุษยชาติได้นานเท่าไร...
Last Updated (Friday, 13 November 2009 10:47)







