ข่าวกิจกรรม
บันทึกกิจกรรม
อบรมเชิงปฏิบัติการอาสาสมัครพิทักษ์สัตว์ป่า
อบรมเชิงปฏิบัติการอาสาสมัครพิทักษ์สัตว์ป่า
เมื่อวันที่ 23 – 26 มกราคม 2553 ที่ผ่านมากลุ่มกิจกรรมธรรมชาติร่วมกับสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย ได้พาคณะครูและนักข่าวสื่อมวลชนในจังหวัดอุทัยธานี เยี่ยมชมหน่วยงานต่างๆในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง โดยได้ใช้ชื่อว่าการประชุมเชิงปฏิบัติการ เครือข่ายอาสาสมัครเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า ซึ่งเจ้าภาพหลักหรือเจ้าของโครงการคือ สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย (หากอยากรู้จัก WCS ที่นี่ เลยค่ะ)
ซึ่งโครงการนี้ก็ได้รับความร่วมมือด้วยดีจากหลายฝ่ายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี โดยมีวัตถุประสงค์คือเพื่อนำเสนอผลการปฏิบัติงานด้านการป้องกัน ปราบปรามการล่าสัตว์ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง รายงานสถานการณ์การลักลอบค้าสัตว์ป่า และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระดมความคิดเห็น เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สัตว์ป่าในระดับพื้นที่
โดยในการประชุมนี้ได้แบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ ชุดแรก วันที่ 23 – 24 ม.ค. 53 คณะครูจากโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่รอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง 3 อำเภอ คือ อำเภอลานสัก อำเภอห้วยคต จำนวน 16 ท่าน และชุดที่สองเป็นคณะนักข่าวสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี จำนวน 17 ท่าน
จุดนัดพบจุดแรกคือสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งมีพี่บุญชู ธงนำชัยมา เป็นหัวหน้าเขต ให้การต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี โดยนำทีมเยี่ยมชมส่วนต่างๆของสถานีฯ และอุปกรณ์ต่างๆที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อในการส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า ไม่ว่าจะเป็นของที่ระลึกอย่างเข็มกลัดนก หรือที่ติดตู้เย็นรูปนกต่างๆในห้วยขาแข้ง แผนพื้นที่ที่คิดค้นวิธีการทำโดยหัวหน้าบุญชู หรือจะเป็นหุ่นสัตว์ป่าก็มีด้วยกันหลากหลายชนิดด้วยกัน
จากสถานีพัฒนาฯ เข้าไปอีก 9 กิโลเมตร กับเส้นทางลูกรังที่ต้องผ่านป่าเต็งรังที่ขึ้นอยู่อย่างสวยงาม มีการจัดการพื้นที่เพื่อให้สามารถมองเห็นสัตว์ป่าใน 2 ข้างทางได้อย่างสุดสายตา มีการจัดการแหล่งน้ำและแหล่งอาหารเพื่อไม่ให้สัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ในช่วงฤดูแล้ง นับเป็นวิธีการจัดการเพื่อให้โอกาสแก่สัตว์ป่าได้มีชีวิตอยู่ต่อและให้โอกาสแก่คนที่อาจจะโชคดีได้เห็นสัตว์ป่าอย่างไม่ยากเย็น
ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง พวกเราได้รับการต้อนรับจาก คุณสุนทร ฉายวัฒนะ หัวหน้าเขต ได้บรรยายหรือเล่าให้พวกเราฟังถึงการจัดการพื้นที่ ซึ่งที่โดดเด่นมากในปัจจุบันคือการนำเอาระบบลาดตระเวนแผนใหม่ หรือ SMART Patrol เข้ามาใช้ ซึ่งวิธีการนี้ได้ทำสำเร็จมาแล้วในต่างประเทศ การลาดตระเวนแผนใหม่เริ่มต้นเมื่อประมาณปี 2548 โดยโครงการจัดการผืนป่ามรดกโลกเชิงระบบนิเวศ และได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในปีต่อๆมา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก WCS ในเรื่องต่างๆทั้งเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆ อุปกรณ์ และเสบียงบางส่วน จนในปัจจุบันได้มีการขยายผลโดยให้พื้นที่เขตรักษาพันธุ์อื่นๆในประเทศได้เริ่มใช้กันมากขึ้น ข้อดีที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากการลาดตระเวนแผนใหม่คือการที่มีข้อมูลที่สามารถแสดงให้เห็นผลของการดูแลรักษาป่าได้เป็นอย่างดี ทั้งเรื่องของปัจจัยคุกคามต่างๆ เรื่องของทรัพยากรต่างๆ และจะสามารถนำไปสู่การจัดการพื้นที่อย่างถูกต้องมากขึ้น
สถานที่พักของพวกเราในครั้งนี้ นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งเพราะน้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้ขึ้นไปถึง นั่นคือสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ สถานีวิจัยสัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย และยิ่งกว่านั้นคือเป็นสถานที่ที่ทำการศึกษาวิจัยเรื่องเสือโคร่งอย่างจริงจัง จนเป็นที่มาของความสำเร็จในการจัดการพื้นที่เลยก็ว่าได้ จากการศึกษาวิจัยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา พบว่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง มีเสือโคร่งอย่างน้อย 60 – 80 ตัว ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้การศึกษาวิจัย ที่โดดเด่นคือการตั้งกล้องดักถ่ายภาพหรือ Camera trap ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและได้ขยายพื้นที่ออกไปถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ตะวันตกและตะวันออก ซึ่งการศึกษาวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนจาก WCS ประเทศไทยได้ร่วมศึกษาวิจัยมาตั้งแต่ในช่วงเริ่มแรกจนถึงปัจจุบัน
จากการทำงานของหน่วยงานทั้ง 3 แห่งที่ทางคณะได้เข้าเยี่ยมชมและรับฟังข้อมูล ก็เป็นที่น่าชื่นชมกับการทำงานที่ทุ่มเทและตั้งใจของเจ้าหน้าที่ทุกท่าน
แต่เรื่องที่ยังคงหลบซ่อนและเป็นอุปสรรคอย่างใหญ่หลวงต่อการทำงานคือการลักลอบค้าสัตว์ป่า ซึ่งอันที่จริงเป็นปัญหาระดับโลกเลยทีเดียว จากการบรรยายของ ดร.ศักดิ์สิทธิ์ ซิ้มเจริญ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและยังได้มีหน่วยปฏิบัติการด้านสัตว์ป่า ที่ตั้งขึ้นเพื่อการขจัดขบวนการค้าสัตว์ป่าให้ลดน้อยลง ซึ่งในปัจจุบัน การลักลอบล่าสัตว์ป่า ค้าสัตว์ป่า ก็มีอยู่อย่างต่อเนื่องเป็นปัญหาระดับโลก เป็นขบวนการใหญ่รองลองมาจากยาเสพติดและอาวุธ แต่การทำงานของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนกระบวนการที่ซับซ้อนทางด้านกฎหมาย
ทางสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ก็ได้เล็งเห็นถึงปัญหาในส่วนนี้ ด้วยเช่นกันจึงได้มีการตั้งเครือข่ายอาสาสมัครเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าขึ้น เพื่อให้เครือข่ายเหล่านี้ที่ประกอบด้วยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยตางๆในพื้นที่เป้าหมายและเครือข่ายประชาชนแจ้งข่าวสารผ่านเว็บไซต์ www.thaiwildlife .org หรืออาจจะแจ้งข่าวผ่านสายด่วน 080-947-6777 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านสัตว์ป่าเป็นผู้รับเรื่องและดำเนินการต่อไป
นอกจากนั้นแล้วทางสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทยก็ได้มีโครงการรณรงค์เพื่อการอนุรักษ์เสือโคร่งและเหยื่อของเสือโคร่ง ซึ่งรับผิดชอบโครงการโดยคุณอังคณา เมฆวิลัย สมาชิกกลุ่มกิจกรรมธรรมชาติ ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการจะทำการรณรงค์เพื่อลดการบริโภคเนื้อสัตว์ป่าซึ่งเป็นเหยื่อของเสือโคร่งเมื่อเหยื่อไม่ถูกล่าโอกาสที่เสือโคร่งจะเพิ่มขยายหรือมีชีวิตที่ปลอดภัยก็มีมากขึ้น โดยในขั้นแรกจะทำในพื้นที่ อ.ลานสัก ใน 3 กลุ่มเป้าหมาย คือกลุ่มบุคคลทั่วไป กลุ่มร้านค้า และกลุ่มร้านอาหาร โดยได้รับความร่วมมือจากเทศบาลตำบลลานสัก หน่วยปฏิบัติการด้านสัตว์ป่าสำนักฯ 12
ซึ่งทั้งหมดเท่าที่ได้เล่ามานี้ก็เป็นการทำงานในภาพรวมใหญ่ๆของเจ้าของเรื่องที่ดูแลและพยายามคิดหาวิธีเพื่อการปกป้องสัตว์ป่าโดยมีเสือโคร่งเป็นพระเอกของเรื่อง เมื่อสามารถรักษาประชากรเสือโคร่งได้ตามเป้าหมายนั่นก็เท่ากับการที่สามารถรักษาผืนป่าและระบบนิเวศได้ทั้งหมด ซึ่งสิ่งเหล่านี้คงเกิดขึ้นไม่ได้หากยังคงมีการคุกคามสัตว์ป่าด้วยการล่าสัตว์อย่างต่อเนื่องอยู่เช่นนี้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกๆฝ่าย...
Last Updated (Wednesday, 17 February 2010 13:07)













