เรื่องของเก้งธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา
Tags: barking deer | muntjak | เก้ง
เก้งธรรมดา ชื่อก็บอกแล้วว่าธรรมดา ที่จริงจะว่าไปแล้วมันก็ดูจะธรรมดาจริงๆในบรรดาสัตว์ป่ามากมายในป่า เก้งเป็นเพียงสัตว์กีบคู่ชนิดหนึ่งที่ตัวเล็กๆ ถ้าวัดความยาวทั้งตัวนับตั้งแต่หัวถึงก้น ประมาณ 90 – 105 ซ.ม. เท่านั้นเอง บวกหางอีกประมาณ 17 – 19 ซ.ม. รวมๆแล้วก็ไม่เกิน 130 ซ.ม.และสูงเพียง 50 -56 ซ.ม. และพูดถึงน้ำหนักนี่ไม่ต้องห่วงว่าจะน้อยแค่ไหน น้ำหนักของเก้งธรรมดา ประมาณ 20 – 28 กก. ดูสิว่ามันช่างน้อยนิดเหลือเกิน ขนาดหมาบางพันธุ์ยังตัวใหญ่กว่าเลย
เห็นไหมล่ะว่ามันสุดแสนจะธรรมดาเสียจริงเชียว
ทีนี้ได้ยินหลายคนที่เขาอธิบายเรื่องเก้ง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ดูแลป่าไม้เมืองไทย
หลายคนตอบห้วนๆเพียงว่า “เก้งก็เหมือนกวาง แต่ตัวเล็กกว่า“
ทันทีที่ได้ยินคำตอบเด็กๆที่เราพาไป ก็หันมากระซิบกระซาบกัน แล้วบ่นเบาๆให้ได้ยินดังๆว่า
“แล้วตรูจะรู้ไหมนี่ว่าตกลงมันคือยังไง เพราะทั้งกวางทั้งเก้ง ก็ไม่รู้จักสักกะตัว”
สารภาพโดยตรงก็ได้ว่าก่อนหน้านี้ไม่กี่ปี ผู้เขียนเองก็ไม่รู้จักหรอกเก้งกะกวางหรือตัวอื่นๆอีกมากมาย ก็ได้ยินได้ฟังเขาว่ากันมา แต่ถ้าเอามันมาอยู่ด้วยกันแล้วให้แยก ไม่รู้หรอกนะ ซึ่งก็คิดว่าคนอื่นๆอีกมากมายในประเทศนี้ก็คงจะเป็นเช่นนี้
แต่พอมาทำความรู้จักกับมันสักหน่อย เหมือนกับคู่แฝด ตอนแรกเขาว่าเหมือนกันเด๊ะ แยกไม่ออก แต่พอเรารู้จักกันมากขึ้นๆ มองแค่หางตาเราก็รู้แล้วล่ะว่าใครเป็นใคร แต่เรื่องสัตว์ป่าง่ายยิ่งกว่านั้นอีก ไม่ต้องอาศัยการใส่ใจและระยะเวลาขนาดนั้น แค่ทำความรู้จักกันนิดเดียว ก็จำกันได้ไปตลอด
อ้อมไปอ้อมมาเสียนาน อันที่จริงจะมาเล่าเรื่องเก้งนี่แหละให้ฟัง ด้วยความประทับใจจริงๆ กับสัตว์ป่าตัวน้อยตัวนี้ เมื่อก่อนตอนอยู่บ้านนอกตอนเด็กๆ เคยมีคนพูดถึงสัตว์ชนิดหนึ่ง ชื่อว่า “ฟาน” ชาวบ้านชื่นชอบมาก ถือเป็นอาหารป่าที่มีความพิเศษ ก็คงด้วยเหตุว่ามันคือสัตว์ป่าที่หาได้ยากแล้วนั่นเอง ที่หายากก็เพราะว่าถูกล่าเสียหมดป่า
จนบัดนี้มีความรู้บ้างนิดๆหน่อยๆก็รู้หล่ะว่าเก้ง ก็คือ ฟาน มันต่างกันที่ภาษา แต่คือตัวเดียวกัน ทางภาคเหนือเรียก ฟาน
ในทางสากล เก้งเขามีชื่อว่า Common barking deer ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Muntiacus muntjak เป็นกวางชนิดหนึ่ง อยู่ในตระกูลเดียวกับพวกกวาง ซึ่งก็จะมีอีกหลายประเภท อย่างพวกกวางป่า เนื้อทราย ละองละมั่ง เนื้อสมัน เป็นต้น
สัตว์ในวงศ์กวางนี้จะมีเขาเฉพาะในตัวผู้ หรือเพศผู้ ส่วนในเพศเมียไม่มีเขา และจะผลัดเขาใหม่ทุกปีหลังจากเสร็จสิ้นฤดูผสมพันธุ์ เขาจึงมีไว้เพื่อต่อสู้แย่งชิงตัวเมียนั่นเอง มีนักวิชาการอธิบายลักษณะของเก้งว่า ลำตัวมีขนสีน้ำตาลแกมแดง บางตัวแกมส้ม หรือบางตัวแกมเหลือง
ขนตั้งแต่บริเวณหลังหูไปถึงสันคอมีสีดำเป็นแนวยาวเรื่อยลงมาถึงจมูก
ใต้ตามีต่อมน้ำตาเป็นทางยาวทั้งตัวผู้และตัวเมีย เก้งตัวผู้มีเขาสั้นๆยื่นออกมาจากบริเวณหน้าผากและมีเขี้ยวงอกยาวออกมาจากริมฝีปาก
เก้งจะมีถิ่นอาศัยในสภาพป่าที่หลากหลายทั้งป่าเต็งรัง เบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ซึ่งเก้งกินอาหารอย่างน้อย 46 ชนิดทั้งใบไม้ชนิดต่างๆ หญ้าต่างๆ ผลไม้ที่ร่วงหล่นตามพื้นดินและยังกินดินโป่งเพื่อเสริมแร่ธาตุอีกด้วย
นิสัยของเก้งเป็นสัตว์ที่ชอบสันโดษ ชอบอยู่โดดเดี่ยว ปกติจะออกหากินในเวลากลางวัน จะพบเห็นเก้งในช่วงเวลาเช้าและเย็น
ส่วนใหญ่เก้งผสมพันธุ์ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – พฤษภาคม ใช้เวลาตั้งท้อง 6 เดือน โดยในระหว่างที่แม่เก้งออกหากินก็จะทิ้งลูกไว้ตามพุ่มไม้รกๆ ลูกเก้งก็จะหมอบเพื่อป้องกันตัวเองจากศัตรู
จากภาพและข้อมูลเบื้องต้นของเก้ง คงจะทำให้หลายๆท่านที่ยังไม่เคยรู้จักเก้ง พอจะรู้จักมันมากขึ้นนะคะ อันที่จริงสัตว์ที่ธรรมดาอย่างนี้ แท้ที่จริงคือส่วนหนึ่งของป่าที่ช่วยให้ป่ามีชีวิต มีความสมดุลขึ้น เก้งเป็นอาหารของสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่อย่างเช่นเสือโคร่ง เสือดาว หรือกระทั่งหมาใน สุนัขจิ้งจอก และเศษซากของมันอย่างเขาที่สลัดทิ้งหรือกระดูกซากของมันก็ยังเป็นอาหารของสัตว์ฟันแทะอย่างพวกเม่น หรือ อ้นชนิดต่างๆ
ในทางเดียวกันเก้งเป็นสัตว์ป่าที่น่ารักชนิดหนึ่งเลยทีเดียวล่ะ ในความเห็นส่วนตัวหลังจากที่รู้จักเก้งมากขึ้น ใจจริงก็ไม่ได้ปรารถนาที่จะรู้จักมันถึงไส้ถึงพุงอย่างนักวิจัย เพียงแค่รู้จักอย่างคนรู้จักเท่านี้ก็พอเพียงที่จะรักและรู้สึกหวงแหนมัน และก็คิดว่าผู้คนทั้งหลายในประเทศนี้ ถ้าได้เห็นและเข้าใจเก้ง ในมุมที่ผู้เขียนบอกเล่ามา ก็คงจะรักสัตว์ชนิดนี้ได้ง่ายๆอย่างไม่ต้องสงสัย
นี่แหละความธรรมดาของสัตว์ป่าธรรมดา ที่แท้จริงไม่ได้ธรรมดา สุดท้ายก็ขอหยิบยืมคำของผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ที่ทำให้เชื่อเสมอว่า “ธรรมชาติมิเคยสร้างสิ่งใดมาแล้วสูญเปล่า” ทุกสัตว์ทุกตัวล้วนมีหน้าที่ของมันเอง...
>>>>ภาพเก้งจากเขาใหญ่ และห้วยขาแข้ง โดยกลุ่มกิจกรรมธรรมชาติและสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า ประเทศไทย<<<<
Last Updated (Monday, 04 January 2010 11:38)








