รอบรู้เรื่องสัตว์ป่า
"เห็บ" มันมากับลม
"เห็บ" มันมากับลม
Tags: เห็บลม
เมื่อได้ยินชื่อเห็บ ภาพแรกที่ปรากฏขึ้นในจินตนาการคือ สัตว์ตัวกลมๆเป่งๆ มีขายั๊วะเยี๊ยะ นับได้ 8 ขา มีเขี้ยวสองข้างที่ดูแข็งแรงและติดทนนาน และอาจจะมีอวัยวะบางอย่างที่สุดแสนจะพิเศษที่สุดสำหรับมัน เพราะมันมีไว้ดูดเลือดโดยเฉพาะ
“เห็บ” จึงกลายเป็นสัตว์ที่ถูกรังเกียจมากกว่าที่ถูกรัก อาจเพราะนิสัยหรือพฤติกรรมของมัน ที่คอยเกาะหนึบ อยู่กับเนื้อหนังใต้ร่มผ้า แล้วก็ดูดๆๆๆ เลือดของเราซะจนเต็มเป่ง กว่าจะรู้สึกตัวว่ามีสิ่งแปลกปลอม เอามือไปลูบคลำๆ หาด้านหลังเพราะมองไม่เห็น
“เอ๊ะนี่เราเป็นสิวหรือนี่” พยายามเอานิ้วแคะเบาๆ
“ไม่ออก” แคะอีก “ก็ไม่ออก”
“อืมสิวคงยังไม่สุกมั้ง รอหน่อยก็ได้” แต่มันดันปวดขึ้นเรื่อยๆ
“ไม่น่าจะเป็นสิวเสียแล้ว เนื้องอกหรือเปล่า!” กึ่งตกใจเล็กน้อย รีบไปหากระจกมาส่องดู
“โอ้วแม่เจ้า!! เห็บครับ ตัวเป่งเชียว”
นี่ถ้าเอากล้องส่องเข้าไป คงจะเห็นแววตาเจ้าเล่ห์แกมสะใจเล็กน้อยของมัน ด้วยความเจ็บหนึบปนตกใจ รีบดึงออกอย่างแรงแบบกัดฟันดึง ติดมือมาแล้วเจ้าเห็บดูดเลือด สิ้นสุดกันเสียที
สองสามวันอาการปวดเริ่มทุเลาลองเรื่อยๆจนหายดี แต่เอ๊ะทำไมคันจัง ตรงที่เห็บกัด เอามือล้วงเข้าไป เกาๆๆๆๆ สะใจโก๋ไปเลย
อุ๊ยเป็นแผลถลอกเสียแล้ว ความแสบมีมากกว่าความคัน รอจนแผลตกสะเก็ด พอเริ่มจะหายดี เป็นอีกก็เกาอีก ไม่เคยจำ จนเป็นแผลตกสะเก็ด เรื่อยๆไปจน 32 ครั้ง จนเขี้ยวเล็บที่ฝังไว้เริ่มคลายตัว อาจจะหลุดออกมาหรือเสื่อมสภาพ ความคันตรงนั้นจึงหายไป...
ที่เล่ามาคือเรื่องของประสบการณ์ “เห็บกัด” ซึ่งทั้งเจอเองและเล่าสืบต่อกันมา ของบรรดาเพื่อนพ้อง น้องพี่ ที่เดินป่ากันเป็นประจำ ป่าแล้งก็เจอเห็บ ป่าฝนก็เจอทาก ถ้ากึ่งฝนกึ่งแล้วออกแนวหนาวๆก็ระวังตัวคุ่น เขาว่ากันว่าคือสิ่งที่พึงระวังสำหรับนักเดินป่า ท่องป่ากันทีเดียว
เห็บเป็นสัตว์โลกตัวเล็ก เล็กกว่ายุง เล็กมากๆๆๆ เห็บมีหลายชนิดด้วยกัน แต่คนมักจะรู้จักและคุ้นเคยกับเห็บหมา หน้าตาของมันก็เป็นแบบนั้น แต่เห็บที่พบในป่า นอกจากเห็บป่า ก็มี “เห็บลม” ซึ่งเป็นตัวยอดฮิต ของป่าในหน้าแล้ง เนื่องด้วยตัวมันเล็กมากจนสามารถเดินทางไปกับลมหรือปลิวตามลมได้ คนจึงเรียกมันว่าเห็บลม เจ้านักดูดเลือดประจำป่าตัวนี้ ชอบอยู่กับเป็นกลุ่ม เขาเรียกว่า รังเห็บ ทางที่ปลอดภัยสำหับการเดินป่าก็คือ อย่าออกนอกเส้นทาง อย่านั่งไปเรื่อย เช่นว่าเจอขอนไม้ก็นั่ง เจอต้นไม้ก็พิง แบบนี้อันตรายเพราะอาจเสี่ยงต่อการนั่งลงไปบนรังเห็บซึ่งมีนับพันตัว
ธรรมดาแล้วเห็บชนิดนี้ตัวเล็ก มองไม่ค่อยจะเห็น มีสีแดงอ่อนๆ ออกไปทางสีน้ำตาล มี 8 ขา เมื่อเดินออกมาจากป่าก็สำรวจตรวจตราดูตามกางเกง ตามขาว่ามีเจ้าตัวนี้หรือเปล่า ถ้ามีก็ระวังส่วนอื่นๆได้เลย
แต่ถ้าไม่เจอตัว แต่เจอรอยจะรู้ได้อย่างไรว่าใช่หรือไม่ 3-4 วันหลังจากเดินบุกป่าฝ่าดง หากพบตุ่มนูนแดงๆใสนิดๆคล้ายถูกยุงกัด ใช่เลยค่ะ โดนเข้าแล้ว
แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ มันเรื่องเล็กกว่าสิว (ในกรณีที่ไม่แพ้นะคะ) คุณจังเกิลโฮม ได้บอกไว้ค่ะว่า ถ้ากลางตุ่มเป็นจุดดำเล็กๆอยู่กลางตุ่ม ให้ใช้ 'แอลกอฮอล์ล้างแผล' เช็ดฆ่าเชื้อ แล้วทาด้วยครีมแก้คันสูตร 'เดอโมเวท' ตามด้วยรับประทานยา 'เพรดนิโซโลน' แก้อาการคัน และ 'คอเฟน' รักษาอาการแพ้ ก็พอจะทุเลาลงได้ แต่ถ้าใครแพ้ก็นู่นเลยค่ะ “โรงพยาบาล”
เห็นไหมคะว่ามันมากับจริงๆ แต่การเจอเห็บกัด ก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งเลวร้าย บางครั้งหรือบ่อยครั้ง เป็นเรื่องดีเสียด้วยซ้ำไป เพราะเจ้าเขี้ยวเล็กๆที่ฝังอยู่มันจะทำคันและให้เป็นแผลเป็นในที่สุด หลายคนภูมิใจกับแผลที่เกิดขึ้นจากเห็บ เพราะมันเหมือนเป็นสิ่งบอกค่า ราคาของการเดินทางได้เป็นอย่างดี แต่ทางที่ดีก็ปลอดภัยไว้จะดีกว่าค่ะ
สำหรับวันนี้ขอจบเพียงเท่านี้ค่ะ ใครมีประสบการณ์ดีๆเกี่ยวกับ”เห็บ” ก็มาเล่าสู่กันฟังได้ค่ะ ขอเวลาไปหาเห็บก่อน รู้สึกจะมีก้อนอะไรอยู่ที่ขา เพราะเมื่อวานไปลุยป่าขาแข้งมา
สวัสดีค่ะ
Last Updated (Wednesday, 27 January 2010 20:41)



